The Rest Village by PTT: จุดพักรถระดับโลกบนมอเตอร์เวย์ 7 – การลงทุนที่มากกว่าแค่สถานีบริการ

💡 บทวิเคราะห์โดยย่อ: The Rest Village by PTT ไม่ใช่แค่จุดพักรถธรรมดา แต่คือเมกะโปรเจกต์คอมมูนิตี้มอลล์ครบวงจรบนมอเตอร์เวย์ 7 ที่ศรีราชา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างแลนด์มาร์คระดับโลก โครงการนี้จึงเป็นขุมทรัพย์ทางธุรกิจและการลงทุนที่น่าจับตา ด้วยศักยภาพการดึงดูดผู้ใช้เส้นทางกว่าแสนคันต่อวันและคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางในทุกมิติ
การขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรีเทลในปัจจุบันนั้น ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและการมองเห็นโอกาสที่อยู่เหนือขีดจำกัดแบบเดิมๆ ครับ วันนี้ผมอยากจะพาทุกท่านมาเจาะลึกโครงการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นคือ "The Rest Village by PTT" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Rest Village by PTT" ที่กำลังจะผงาดขึ้นเป็นแลนด์มาร์คสำคัญบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ช่วงชลบุรี-พัทยา ซึ่งไม่ใช่แค่จุดพักรถ แต่เป็นเสมือนศูนย์การค้าขนาดย่อมที่ถูกออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางและเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ระหว่าง PTT Oil and Retail Business (PTTOR) โดยบริษัทย่อย PTT Retail Management (PTTRM) และ Charoen Pokphand Engineering (CPE) ก่อตั้งเป็นบริษัท The Rest Village Company ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่และแตกต่างออกไปจากสถานีบริการน้ำมันแบบเดิมๆ ครับ

ทำเลที่ตั้งและการเข้าถึง (Location & Accessibility Strategy)

พูดถึงอสังหาริมทรัพย์ สิ่งแรกที่เราต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนคือ "ทำเล" ครับ และสำหรับ The Rest Village แล้ว ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย โครงการตั้งอยู่บนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ที่ กม. 93+500 ช่วงศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ สู่ภาคตะวันออก แหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังอย่างพัทยา ทำเลนี้จึงไม่ใช่แค่จุดผ่านทาง แต่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งปีครับ ด้วยการคาดการณ์ปริมาณรถที่สัญจรผ่านพื้นที่โครงการกว่า 100,000 คันต่อวัน นี่คือจำนวนผู้บริโภคที่มีศักยภาพมหาศาล ซึ่งเป็นทั้งกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อน เติมพลัง หรือจับจ่ายใช้สอยระหว่างทาง และยังรวมถึงกลุ่มคนในพื้นที่ศรีราชาที่สามารถเข้าถึงโครงการได้ไม่ยาก การเป็นจุดพักรถที่ครอบคลุมทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่รวมกว่า 113 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นฝั่งขาออกประมาณ 62 ไร่ และขาเข้าประมาณ 59 ไร่นั้น แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่รองรับการจราจรสองทิศทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แต่ละฝั่งมีขนาดใหญ่พอที่จะเป็นศูนย์กลางบริการได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นที่สำคัญและถือเป็นความอัจฉริยะด้านการออกแบบคือ "อาคารเชื่อมสองฝั่งที่ยกระดับข้ามมอเตอร์เวย์" พร้อมบันไดเลื่อนเชื่อมต่อ อาคารนี้ไม่ใช่แค่สะพาน แต่เป็นหัวใจที่เชื่อมโยงและผนวกรวมสองพื้นที่ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะมาจากฝั่งใดก็ตาม การออกแบบเช่นนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางการค้าของพื้นที่ทั้งหมด เพราะร้านค้าสามารถดึงดูดลูกค้าจากทั้งสองทิศทางได้อย่างไร้รอยต่อ และยังเป็นการสร้างจุดสนใจที่ดึงดูดสายตา กลายเป็นแลนด์มาร์คที่เห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล ผมต้องขอชื่นชมทีมพัฒนาโครงการที่มองขาดในจุดนี้ เพราะมันคือการสร้าง Traffic Flow ที่เหนือกว่าจุดพักรถทั่วไปมากๆ ครับ การลงทุนในโครงสร้างขนาดใหญ่นี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวตลอด 32 ปีที่ได้รับสัมปทาน ซึ่งหมายถึงความมั่นคงและศักยภาพในการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งครับ

แนวคิดการออกแบบและโซนนิ่ง (Concept & Design Analysis)

การสร้าง คอมมูนิตี้มอลล์ ในปัจจุบัน ต้องคิดให้ลึกซึ้งกว่าแค่การมีร้านค้าครับ The Rest Village ได้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น "World-Class Roadside Accommodation" และ "New Landmark for Thailand" ซึ่งบ่งบอกถึงความทะเยอทะยานในการออกแบบที่ไม่ธรรมดา

สถาปัตยกรรมและบรรยากาศ (Architecture and Ambiance)

การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามทางสายตา แต่คือการสร้างประสบการณ์ครับ โครงการนี้มุ่งเน้นความโมเดิร์นที่ผสมผสานกับความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียว หรือ "Garden Areas" ซึ่งช่วยลดทอนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี การจัดสรรพื้นที่สีเขียวอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่การประดับตกแต่ง แต่เป็นการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและน่าดึงดูด ช่วยกระตุ้นให้ผู้มาเยือนใช้เวลาในโครงการนานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ การใช้หลักการ Universal Design ที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงผู้พิการและผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและทำให้โครงการนี้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะเป็นการขยายฐานลูกค้าในวงกว้างขึ้นมากครับ

การผสมผสานร้านค้าและกลยุทธ์โซนนิ่ง (Tenant Mix and Zoning Strategy)

หัวใจของศูนย์การค้าคือ Tenant Mix หรือการผสมผสานร้านค้าที่ลงตัว The Rest Village วางแผนมาอย่างครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่มครับ
  • สถานีบริการน้ำมัน (Gas Stations): แน่นอนว่านี่คือบริการพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับจุดพักรถยุคใหม่ แต่ PTTOR ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ได้ยกระดับให้สถานีบริการไม่ได้เป็นแค่ที่เติมน้ำมัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเดินทางที่ครบวงจร
  • สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Stations): นี่คือการมองการณ์ไกลที่สำคัญมากครับ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน EV ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืน และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมักจะใช้เวลาพักนานกว่าปกติเพื่อรอชาร์จรถ
  • ร้านค้าและร้านอาหารหลากหลาย (Various Shops and Restaurants): การมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านอาหารจานด่วน ไปจนถึงร้านอาหารที่เน้นประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่าง ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญ การวางโซนนิ่งที่ชัดเจน เช่น โซนอาหาร โซนช้อปปิ้ง โซนพักผ่อน จะช่วยนำทางผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เขาสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว
  • พื้นที่สวนและสนามเด็กเล่น (Garden Areas and Playgrounds): สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่าโครงการนี้มองกลุ่มครอบครัวเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ การมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยพลังงาน และผู้ใหญ่ได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ จะช่วยสร้างความประทับใจและกระตุ้นให้เกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ
การจัดวางองค์ประกอบทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้เกิดกระแสการเดิน (Foot Traffic) ที่ดีที่สุด ร้านค้าหลักที่ดึงดูดคน (Anchor Tenants) เช่น PTT Station และร้านอาหารขนาดใหญ่ ควรถูกจัดวางในตำแหน่งที่ดึงดูดคนให้เข้ามาลึกในโครงการ ขณะที่ร้านค้าขนาดเล็กหรือร้านสะดวกซื้อก็ต้องเข้าถึงง่าย ผมมองว่าโครงการนี้พยายามที่จะเป็นมากกว่าแค่ที่จอดรถ แต่เป็น "จุดหมายปลายทาง" สำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเดินทางครับ

โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity)

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ The Rest Village นำเสนอโอกาสทางธุรกิจที่น่าตื่นเต้นและมีความท้าทายในเวลาเดียวกันครับ

ใครควรมาเปิดร้านที่นี่? (Who should open a shop here?)

โครงการนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นคุณค่าของการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามหาศาลที่กำลังเดินทาง กลุ่มเป้าหมายหลักมีตั้งแต่:
  • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม: ร้านอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ฟาสต์ฟู้ด คาเฟ่ ร้านอาหารไทยไปจนถึงอาหารนานาชาติ ร้านขนมและเบเกอรี่ต่างๆ ผู้ที่สามารถนำเสนอเมนูที่รวดเร็ว คุณภาพดี และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จะได้เปรียบอย่างมาก
  • ร้านสะดวกซื้อและร้านขายของที่ระลึก: สินค้าจำเป็นระหว่างการเดินทาง ของฝากของที่ระลึกประจำท้องถิ่น หรือสินค้าที่ระลึกจากการเดินทางจะเป็นที่ต้องการสูง
  • บริการที่เกี่ยวกับการเดินทาง: เช่น ร้านขายอุปกรณ์เดินทาง, ร้านยางรถยนต์เล็กๆ หรือบริการล้างรถด่วน ที่ตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนของนักเดินทาง
  • ธุรกิจไลฟ์สไตล์และสุขภาพ: เช่น ร้านนวดสปาขนาดเล็ก, ร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามสำหรับนักเดินทาง หรือแม้แต่โซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก

ข้อดีสำหรับผู้เช่า (Pros for Tenants)

  • ปริมาณการจราจรหนาแน่น: ด้วยจำนวนรถที่ผ่านกว่า 100,000 คันต่อวัน นี่คือกระแสลูกค้าที่ไม่ต้องไปหาที่ไหนครับ โอกาสในการสร้างยอดขายสูงนั้นมีอยู่จริง
  • กลุ่มลูกค้าหลากหลาย: ครอบคลุมตั้งแต่นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ครอบครัว ไปจนถึงผู้ใช้เส้นทางประจำ ทำให้สามารถวางกลยุทธ์สินค้าและบริการได้กว้างขวาง
  • สัญญาดำเนินงานระยะยาว 32 ปี: ความมั่นคงของโครงการระยะยาวเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้เช่าสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและลงทุนได้อย่างสบายใจ
  • การสนับสนุนจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่: การร่วมทุนระหว่าง PTTOR และ CP Engineering ไม่ได้ให้แค่เงินทุน แต่ยังเป็นการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากสองยักษ์ใหญ่ของประเทศมาสู่โครงการ ซึ่งหมายถึงการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ การตลาดที่แข็งแกร่ง และโอกาสในการผนวกเข้ากับ Ecosystem ของกลุ่มบริษัททั้งสองครับ
  • การเป็นแลนด์มาร์คใหม่: สถานะของการเป็น "แลนด์มาร์ค" และ "World-Class Roadside Accommodation" จะดึงดูดผู้คนให้แวะเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และสร้างชื่อเสียงในระยะยาว

ข้อควรพิจารณาสำหรับผู้เช่า (Cons for Tenants)

  • ค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงาน: ด้วยศักยภาพและมาตรฐานระดับโลก ค่าเช่าและต้นทุนการดำเนินงานอาจจะสูงกว่าโครงการ โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ทั่วไป ซึ่งผู้ประกอบการต้องวางแผนธุรกิจและราคาขายให้รอบคอบ
  • การแข่งขันภายใน: แม้จะมีลูกค้าจำนวนมาก แต่ก็จะมีร้านค้าหลากหลายประเภทภายในโครงการ การแข่งขันจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องมีจุดเด่นและกลยุทธ์ที่ชัดเจน
  • ความผันผวนของรูปแบบการเดินทาง: แม้ปริมาณรถจะสูง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปได้ ผู้ประกอบการต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

ทิศทางในอนาคต (Future Outlook)

ในโลกของการค้าปลีกที่ไม่หยุดนิ่ง การปรับตัวคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดครับ The Rest Village ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเพียงจุดแวะพักชั่วคราว แต่มีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ คู่มือความอยู่รอด ในธุรกิจรีเทลยุคใหม่ และเป็นต้นแบบของ "เทรนด์อนาคต 2025-2030" ได้เป็นอย่างดี โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบทบาท "จุดพักรถ" จากเดิมที่เป็นแค่ปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ให้กลายเป็น "Experiential Retail Destination" ที่มอบประสบการณ์ครบวงจร การผนวกสถานีชาร์จ EV ขนาดใหญ่ไม่ใช่แค่บริการเสริม แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เตรียมพร้อมสำหรับยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง ผู้ใช้รถ EV มักจะต้องใช้เวลาในการชาร์จอย่างน้อย 20-30 นาที ซึ่งเป็น "เวลาทอง" ที่ผู้ประกอบการสามารถดึงดูดให้พวกเขาใช้จ่ายในร้านค้า ร้านอาหาร หรือใช้บริการอื่นๆ ได้มากขึ้น เป็นการสร้าง Demand ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว (Garden Areas) และสนามเด็กเล่น (Playgrounds) ยังเป็นการตอบรับเทรนด์ Wellness และ Family-Friendly ที่กำลังเติบโต ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาพื้นที่ที่ได้พักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายจากความเครียด และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ การเป็นมากกว่าแค่จุดพักรถ แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างความสุขและประสบการณ์ที่ดีระหว่างการเดินทาง จะทำให้ The Rest Village มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนครับ การร่วมมือระหว่าง PTTOR และ CPE ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมพลังงานและวิศวกรรม/พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการผสานความเชี่ยวชาญ การนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และหลักการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการออกแบบและบริหารจัดการโครงการ จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และตอบโจทย์ความยั่งยืนที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งสร้างรายได้ แต่ยังเป็นตัวอย่างของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ใส่ใจทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมครับ

บทสรุป

The Rest Village by PTT ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่กำลังจะเข้ามาพลิกโฉมวงการคอมมูนิตี้มอลล์และจุดพักรถของไทยครับ ด้วยทำเลทองบนเส้นทางสายเศรษฐกิจ การออกแบบที่ก้าวหน้า วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ และการผนึกกำลังของพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ทำให้โครงการนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และจุดพักผ่อนระดับโลกอย่างแท้จริง สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ นี่คือโอกาสที่ไม่ควรมองข้ามในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจกต์ที่จะเป็นตำนานบทใหม่บนมอเตอร์เวย์สาย 7 ครับ การลงทุนใน The Rest Village ไม่ใช่แค่การลงทุนในพื้นที่ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรอย่างยั่งยืน ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมากในระยะยาวอย่างแน่นอนครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในลักษณะนี้ หรือแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอื่นๆ สามารถ ดูข้อมูลคอมมูนิตี้มอลล์เพิ่มเติม ได้ที่ Dindidi Community Mall ครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน

สวัสดีครับ ผม พอล จิตเมธี ผู้ก่อตั้ง Dindidi.com

เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่ผมทำงานในวงการ Community Mall และอสังหาเชิงพาณิชย์ ตลอดระยะเวลานี้ ผมได้ให้คำปรึกษาโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อมมากกว่า 20 โครงการ เป็นผู้บริหารแบรนด์ระดับชาติหลายแบรนด์ และได้เห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของโครงการต่างๆ

ดังนั้นจึงแทบจะกล่าวได้ว่า แค่คุณยื่นผังโครงการฯ ทำเล และ ยุทธศาสตร์มาให้ดู เราก็แทบจะบอกได้ทันทีว่า ล้มเหลว ทรงตัว หรือว่าไปต่อได้

Dindidi.com รวบรวมบทเรียนจากประสบการณ์ 20 ปี เพื่อให้คุณได้เรียนรู้โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นค่าเล่าเรียน — ทั้งบทความวิเคราะห์เชิงลึก ฐานข้อมูลโครงการทั่วไทย และกลยุทธ์จากคนในวงการ


สำหรับเจ้าของโครงการ Community Mall

หากคุณกำลังพัฒนาหรือเป็นเจ้าของโครงการ Community Mall และต้องการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแบรนด์ชั้นนำที่กำลังมองหาพื้นที่ขยายสาขา

ลงทะเบียนโครงการของคุณบน Dindidi.com

เราเป็นแหล่งข้อมูลอันดับต้นๆ ที่ผู้บริหารแบรนด์ใช้ค้นหาพื้นที่ใหม่ การมีโครงกากรของคุณอยู่ตรงนี้ จะทำให้เป็นที่รูปจักทั่วประเทศ:

  • แบรนด์ชั้นนำค้นพบโครงการของคุณได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มโอกาสติดต่อจากผู้สนใจเช่าพื้นที่
  • มีหน้าโครงการเฉพาะพร้อมข้อมูลครบถ้วน
  • ไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

สอบถามรายละเอียด

หรือ แอดไลน์ : @dindidi

หากต้องการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เรามีคอร์สออนไลน์ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นจากธุรกิจเช่าช่วงไปจนถึงการพัฒนาโครงการ "คอมมูนิตี้มอลล์" ขนาดใหญ่

ดูคอร์สทั้งหมด


ติดต่อสอบถาม

Line Official: @dindidi | Facebook: Dindidi.Thailand


"ประสบการณ์ 20 ปี สั่งสมมาเพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเงินล้านเพื่อเรียนรู้"
— พอล จิตเมธี